|
เครื่องแรงดูดสูง ดีกว่าจริงหรือ ?
จากหลักการทำงานของเครื่องที่มีการเลียนแบบการดูดนมตามธรรมชาติ ประกอบกับเหตุผลง่ายๆทางวิทยาศาสตร์ เราจะอธิบายให้คุณแม่ได้เข้าใจหลักการเลือกซื้อเครื่องปั๊มน้ำนมดีขึ้น หากคุณแม่สามารถปั๊มน้ำนมได้ไหลดีแล้ว คุณแม่ไม่จำเป็นต้องปรับความแรงให้สูงมากขึ้น การที่คุณแม่จะปรับความแรงให้สูงมาก มักเกิดขึ้นเมื่อเต้านมคัดตึงแต่ปั๊มไม่ออกซึ่งจะเพิ่มความเจ็บปวดทรมาณมาก กรณีนี้จะไม่เกิดขึ้นกับ Ameda เพราะเรามีระบบกระตุ้นเลียนแบบธรรมชาติ
ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเครื่องของเราไม่แรงพอ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น เราจะไม่สามารถเป็น Hospital Grade ได้ แต่คุณแม่ที่เคยใช้เครื่องแรงดูดสูงบางยี่ห้อจะบอกว่าของเราไม่แรง เนื่องจากว่าเครื่องของเราเป็นระบบกระบอกสูบซึ่งนุ่มนวลและไม่กระชากเต้านั่นเอง
หลักการทางวิทยาศาสตร์ของเราก็คือ ด้วยเนื้อผิววัสดุใดก็ตาม จะสามารถทนต่อแรงดึงได้อย่างมีข้อจำกัด หากเกินจุดที่จะรับแรงยืดหยุ่นได้แล้ว ผิววัสดุนั้นจะหมดความสามารถยืดหยุ่นไป และจะเสียสมดุลในตัวในที่สุด อันนี้ก็หมายรวมถึงผิวบริเวณลานนมของคุณแม่เช่นกัน(เราจะไม่พูดถึงเต้านม เพราะเต้านมต้องเปลี่ยนรูปไปหลังการให้น้ำนมของคุณแม่อยู่แล้ว) การใช้เครื่องปั๊มน้ำนมจะมีผลเฉพาะกับผิวลานนมเท่านั้น ลองไปสังเกตุลานนมของคนรุ่นเก่าที่บ้าน ผู้ที่ไม่เคยใช้เครื่องปั๊มน้ำนมที่แรงมากๆ ลานนมจะคงสภาพเต่งและยืดหดตัวตามความรู้สึกร้อนหนาวเช่นปกติ แต่ผู้ที่เคยใช้เครื่องปั๊มน้ำนมที่มีความแรงสูงจะมีผลที่ต่างกันออกไป
สำหรับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตร
ทำขั้นตอน Stimulation Period ซ้ำทุกๆ 3-4 ชั่วโมง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ทารกคลอดก่อนกำหนด หรือทารกบางคนที่ชอบหลับมากกว่าดูดนม) เพื่อกระตุ้นน้ำนมให้มีการผลิตและส่งถ่ายมากขึ้น รวมถึงหลังจากที่ทารกอิ่มแล้วในแต่ละมื้อ ซึ่งคุณแม่ควรปั๊มจนน้ำนมเกลี้ยงเต้าทุกครั้ง เพื่อกระตุ้นให้ต่อมน้ำนมผลิตน้ำนมให้มากยิ่งขึ้น คุณแม่ก็จะมีน้ำนมมากพอสำหรับเลี้ยง(ลูกแฝด)ได้เลย
|