ข้อความประจำหมวดหมู่

ข้อแนะนำการให้อาหารเสริมแก่ลูกน้อย

 
  ตั้งแต่เกิด

 
  หลังจากลูกน้อยได้ดื่มนมแม่ มาเป็นเวลา 6 เดือนแล้ว การเริ่มอาหารเสริมสำหรับลูกน้อย เป็นสิ่งสำคัญ
อย่างยิ่งี่จะช่วยพัฒนาทักษะการกลืน เรียนรู้รสชาติอาหารอื่นนอกจากนมแม่เพียงอย่างเดียว อาหารเสริม
ออร์แกนิกหรืออาหารเสริมเกษตรอินทรีย์จึงเป็นทางเลือกที่มีคุณค่า เหมาะสำหรับลูกน้อย แม้ว่าลูกน้อย
แต่ละคนจะมีความต้องการอาหารที่แตกต่างกันแต่ละช่วงเวลา

 
  ประมาณ 6 เดือน

 
  ลูกน้อยของคุณแม่จะบอกคุณแม่ว่าเขาพร้อมที่จะเริ่มอาหารชนิดใหม่ โดยเค้าจะ
 
 
  • สามารถจับมือของมือเขาเองขึ้นมาได้้

  • ทำท่าเคี้ยว

  • มองคุณแม่รับประทานอาหาร

  • สามารถกินอาหารจากช้อน

  • ขยับไปมา หลังจากดูดนม

 
  วิธีการให้อาหารเสริมกับลูกน้อย

 
  ควรเริ่มให้อาหารในปริมาณที่น้อยก่อน และบดละเอียดเพื่อง่ายต่อการกลืน ประมาณ 1 ช้อนชาในวันแรก
พราะเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับลูกน้อยของคุณแม่ และถ้าลูกน้อยของคุณแม่ไม่สนใจในอาหารชนิดใหม่
พยายามให้ใหม่ในวันอื่น เมื่อลูกน้อยของคุณแม่เริ่มคุ้นในรสชาติอาหารเสริมคุณแม่สามารถผสมฟักทองบด
กล้วยบด หรือผักตำลึงบด และอื่นๆ ลงไปด้วย และเพิ่มการให้อาหารเสริมเป็น 2 มื้อต่อวัน

 
  จะเริ่มให้อาหารเสริมกับลูกน้อย ตอนไหน

 
 
  • เลือกเวลาที่ลูกน้อยไม่เหนื่อยและง่วง หรือเมื่อลูกน้อยมองคุณแม่รับประทาน

  • นำลูกน้อยมานั่งบนตักในท่าที่สบาย

 
  หลีกเลี่ยงส่วนประกอบอาหาร ที่อาจก่อให้เกิดภูมิแพ้อาหาร จำพวก นมวัว ถั่วประเภทต่างๆ นมถั่วเหลือง
ไข่ กลูเต็น ซึ่งมีอยู่ใน แป้งสาลี น้ำผึ้ง ผลไม้ที่เป็นกรด เช่น ส้ม มะนาว มะเฟือง อาหารทะเล เช่น กุ้ง หอย ปู ปลาทะเล
 
  Top  
     
 

นอกเหนือจากข้อแนะนำ

 
  ทารก 7-8 เดือน  
 
  • ทารก 7-8 เดือนจะพร้อมลองอาหารที่หลากหลายเพิ่ม

  • อย่าทำอาหารที่เป็นซุปที่เละเกินไป คุณแม่สามารถทำอาหารที่บดอย่างยาบๆได้แล้วในช่วงนี้
    เพื่อให้ทารกเคยชินกับอาหารที่ข้นขึ้น

  • ใส่น้ำในแก้วแก่ลูกน้อยนมื้ออาหาร เพื่อฝึกการดื่มจากพาชนะใหม่ๆ

 

   
 

การให้นมจากแม่

 
 

การให้นมจากแม่นั้นสำคัญอย่างไร

 
 
คุณแม่ทุกคนรู้ว่าน้ำนมแม่นั้นเป็นอาหารที่ดีที่สุดในช่วง 6 เดือนแรกของเด็กทารก ลูกของคุณจะได้รับโภชนาการที่เพียงพอที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตจากการดูดนมจากแม่
น้ำนมแม่จึงมีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ลูกน้อย

 
   
  ควรให้นมแม่บ่อยแค่ไหน

 
  บ่อยเท่าที่ทารกของคุณต้องการ ขึ้นอยู่กับความต้องการของทารก ยิ่งคุณให้น้ำนมแก่ลูกน้อยมากเท่าไหร่ คุณก็จะสร้างน้ำนมมากเท่านั้น ดังนั้น คุณจะมีปริมาณน้ำน้ำที่เพียงพอกับความต้องการของลูกน้อย ปริมาณน้ำนมนั้นจะไม่คงที่โดยจะเปลี่ยนไปตามอายุของทารก เช่น ทารกแรกเกิดต้องการดูดนมทุกๆชั่วโมงครึ่งถึง สามชั่วโมง หรือคุณอาจไม่ให้นมบ่อยนัก แต่จะให้ทีนึงเป็นระยะเวลานานแทน
ถ้าคุณกังกลเกี่ยวกับการให้ทารกดูดนมจากเต้า คุณควรพบผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวับเด็กทารกหรือคุณหมอเพื่อขอคำแนะนำ

 
   
  จะให้น้ำนมแก่ทารกอย่างไร

 
  เป็นเรื่องยากสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่ยังให้นมไม่คล่องนัก ดังนั้น จึงควรจัดตัวเองอยู่ในท่าที่สบาย นั่งหรือเอนตัวลงโดยที่ลูกน้อยเอียงตัวลงอยู่ในอ้อมแขนของคุณและหันหน้าเข้าหาเต้านมของคุณ อาจใช้หมอนเพื่อที่จะรองแขนหรือหลังของคุณหรือทารก จับแก้มลูกน้อยให้หันมาทางหน้าอกคุณและเปิดปาก ช่วยลูกน้อยในการดูดนมโดยปากของลูกน้อยน้อยจะต้องอยู่บริเวณนัวนม โดยการใช้นิ้วมือค่อยๆจิ้มแก้มลูกน้อยให้เปิดปากและหันมา
อาจปรับเปลี่ยนท่าของคุณและของทารก ถ้าจำเป็น โดยขณะให้นม ยิ่งคุณรู้สึกผ่อนคลายเท่าไหร่ การให้นมแม่ก็จะยิ่งไปได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น เมื่อทารกดื่มนมเสร็จแล้วให้นิ่วคุณปาดบริเวณหัวนมเพื่อหยุดน้ำนมไม่ให้ไหล

 
   
  ควรหยุดให้นมเมื่อไหร่

 
  องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าควรให้น้ำนมแม่ในช่วง 6 เดือนแรกเกิด หรือ นานเท่าที่คุณต้องการ หลังจากนั้นอาจให้อาหารชนิดอื่นแทน แต่ก็ขึ้นกับความต้องการของทารกเช่นกัน เวลาที่เหมาะสมสำหรับรับประทานอาหารชนิดใหม่คือ 5-6 เดือน
อย่างไรก็ตาม อาหารจะเป็นอาหารจานหลักสำหรับทารกจริงๆก็ต่อเมื่อทารกครบ 12 เดือน ซึ่งยิ่งคุณให้น้ำนมแก่ทารกนานเท่าไหร่ ยิ่งเป็นผลดีแก่ทารกของคุณเท่านั้น

 
   
  ผู้หญิงทุกคนสามารถให้นมได้ใช่หรือไม่

 
  ธรรมชาติสร้างผู้หญิงให้มีหน้าที่ที่พิเศษ ดังนั้น ผู้หญิงส่วนใหญ่จึงสามารถให้นมแก่ลูกได้ คุณไม่ต้องกังวลว่าคุณจะไม่สามารถให้นมได้ เพราะอาจเกิดขึ้นได้ในบางกรณี โดยคุณควรที่จะปรึกษาคุณหมอเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณมียาที่ต้องรับประทานเป็นประจำ
คุณต้องแน่ใจว่ายานั้นจะไม่ส่งผลถึงทารกเมื่อคุณได้ให้นม

 
   
  ควรทำอย่างไรถ้าไม่สามารถให้นมได้้

 
 

ปัจจุบันนี้มีนมสำเร็จรูปหลากหลายชนิดสำหรับทารก จำไว้ว่าการให้นมสำเร็จรูปแก่ทารกนั้นจะต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเด็กหรือคุณหมอเท่านั้น เนื่องจากการให้นมวัวไม่เป็นสิ่งที่ดีนักสำหรับทารกที่ยังไม่ถึง 12 เดือน คิดอย่างรอบคอบ และ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะเปลี่ยนจากน้ำนมแม่ไปเป็นนมสำเร็จรูป เพราะถ้าคุณตัดสินใจที่
จะเปลี่ยนแล้ว จะเป็นการยากที่จะสามารถกลับมาให้นมแม่แบบเดิมได้อีกครั้ง เนื่องจากร่างกายของคุณได้หยุดสร้างน้ำนมเป็นเวลานานมาแล้ว และเพื่อสุขภาพที่ดีของทารก คุณควรที่จะทำตามคำชี้แนะของนมสำเร็จรูปที่ทารกดื่ม

 
   
     
 

การให้อาหารข้น

 
  เมื่อไหร่ควรให้อาหารเสริมแก่ทารก

 
  หลังทารก 6 เดือน ทารกต้องการสารอาหารที่มากขึ้น ดังนั้นแค่นมอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ ช่วงที่เหมาะสำหรับให้อาหารเสริมคือ หลัง 6 เดือน ถ้าคุณต้องการให้ก่อนหน้านั้น ควรที่จะขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญก่อน อย่างไรก็ตามไม่ควรให้อาหารเสริมแก่ทารกก่อน 4 เดือน
เนื่องจากระบบย่อยอาหารของทารกยังไม่สมบูรณ์เพียงพอและยังไม่พร้อมที่จะย่อยอาหาร นอกจากนี้คุณสามารถสังเกตว่าลูกน้อยของคุณพร้อมสำหรับอาหารที่ไม่ใช่นมหรือไม่ เช่น ทารกยังหิวหลังดูดนม การตื่นขึ้นกลางดึกและมองดูเมื่อคุณรับประทาน

 
   
  ควรเลือกอาหารให้ทารกอย่างไร
 
  ในช่วงแรกคุณควรเลือกอาหารที่มีรสชาติไม่จัดและอาหารซึ่งทารกย่อยง่าย โดยต้องแน่ใจว่าอาหารทุกอย่างนั้น
ปราศจากสารเคมีและสารปรุงแต่ง มีหลากหลายเมนูสำหรับทารก เช่น คุณแม่อาจทำซุบ กล้วยบด หรือ
มันฝรั่งบด คุณอาจเริ่มจากข้าวออร์แกนิกสำเร๊จรูปแล้วเติมนมลงไปเพื่อความนุ่มนวลและทารกสามารถ
รับประทานจากช้อนชาได้ โดยให้ในปริมาณเดิม 2-3 วันติดต่อกัน แล้วหลังจากนั้นทารกจะคุ้นเคยกับอาหาร
มากยิ่งขึ้น จึงค่อย ๆ เพิ่มปริมาณขั้นต่อไปคือ ให้ทารกรับประทานอาหารหลังดื่มนม โดยอาจทำอาหารจากผัก
แล้วบดให้ละเอียด เช่นฟักทอง มันฝรั่ง แครอท จำไว้ว่าควรทำอย่างเป็นประจำเมื่อทารกมีทักษะการเคี้ยว
ที่ดีขึ้นแล้ว คุณสามารถเสริฟอาหารที่บดอย่างหยาบ ๆ ให้ทารกรับประทานได้

 
   
  ทารกควรจะหลีกเลี่ยงอาหารชนิดใด

 
  ทารกที่อายุระหว่าง 7-8 เดือน ควรหลักเลี่ยงอาหารที่มีโปรตีนกลูเทนซึ่งโปรตีนชนิดนี้จะมีอยู่ใน ข้าวสาลี ข้าวฟ่าง ข้าวโอตและข้าวบาเล่ โดยทารกส่วนใหญ่จะแพ้กลูเทน ดังนั้น ก่อนซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารสำหรับทารกควรตรวจดูให้แน่ใจว่าอาหารหรือวัตถุดิบนั้นปราศจากกลูเทน นอกจากนี้ไม่ควรให้ทารกที่อายุต่ำกว่า 12 เดือนรับประทานน้ำผึ้ง ปลาและอาหารทะเล และถ้าทารกอายุต่ำกว่า7 เดือน ก็ไม่ควรรับประทานไข่ เนื่องจากไข่นั้นย่อยยาก อาจจะดี ที่เพิ่มน้ำตาลหรือเกลือลงไปในอาหารสำหรับทารกเพื่อเพิ่มรสชาติบ้าง แต่รสชาติธรรมชาติของอาหารนั้นย่อมดีกว่าการแต่งเติมรสชาติใดๆ

 
   
     
 

อาหารจากเกษตรอินทรีย์

 
  ทำไมถึงต้องเลือกอาหารเกษตรอินทรีย์ป็นอาหารสำหรับทารก

 
  อาหารที่ได้มาตฐานเกษตรอินทรีย์เป็นทางเลือกที่ดีที่คุณพ่อคุณแม่เลือก เนื่องจากเป็นอาหารที่ปราศจากสารเคมี สารถนอมอาหาร สารปรุงแต่ง GMOS สีและน้ำตาล ทั้งยังเป็นอาหารที่มาจากธรรมชาติที่บริสุทธิ์ โดยผ่านขั้นตอนการผลิตอย่างละเอียดและละเมียดละไม
อาหารที่ได้มาตฐานเกษตรอินทรีย์ ผ่านการตรวจสอบและรับรองโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนั้นคุณแม่จึงสามารถวางใจได้ว่า เป็นอาหารสำหรับลูกน้อยที่ปลอดภัยจากสารพิษ และสารเคมีในการปลูก ซึ่งทารกนั้นเป็นช่วงวัยที่แพ้สารอันตรายได้ง่ายกว่าทุกวัย

 
   
 

อาการแพ้

 
 
  • สิ่งสำคัญในน้ำนมแม่คือ มีสารซึ่งสามารถเป็นภูมิคุ้มกันทารกจากอาการแพ้ต่างๆ เช่นโรคหอบหืด
    หรือโรคผิวหนังเปื่อย

  • ทารกที่อยู่ในช่วง 7-8 เดือน ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลูเต็น

  • ก่อนทารก 12 เดือน ไม่ควรรับประทาน น้ำผึ้ง ปลา และอาหารทะเล

  • ถ้าคุณไม่แน่ใจเกี่ยวกับอาหารที่ทารกอาจจะแพ้ได้ ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเด็ก

 

รายการสินค้า

RSS
รายการสินค้า  > 4- ยา ขนม สำหรับเด็ก


    ไม่พบสินค้า